|
|
|
บ้านถวาย ... หมู่บ้าน หัตถกรรมไม้เชียงใหม่
บ้านถวาย
หมู่บ้าน หัตถกรรมไม้แกะสลักเชียงใหม่ ถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ เป็นแหล่งกำเนิดของง านแกะสลักไม้ในจังหวัดเชียงใหม่ จนผลิตภัณฑ์ ไม้แกะสลักเชียงใหม่ ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ทั้งด้านคุณค่า และคุณภาพของสินค้า
จุดรวมความหลากหลายของงานหัตถศิลป์ที่โดดเด่น เช่น งานแกะสลักไม้ , งานเดินเส้น – แต่งลาย , งานลงรัก – ปิดทอง , แอนติค , เครื่องเงิน , เครื่องเขิน , ผ้าทอ , เครื่องจักรสาน และเครื่องปั้นดินเผา เป็นต้น
กว่าจะมาเป็นบ้านถวายหมู่บ้าน ไม้แกะสลักเชียงใหม่
อดีตที่ผ่านมา 40 กว่าปี บ้านถวายได้สืบสานงานไม้แกะสลัก จากรุ่นสู่รุ่น จากการก่อกำเนิดขึ้น ของปูชนียบุคคล 3 ท่าน คือ พ่อหนานแดง พันธุสา , พ่อใจมา อิ่นแก้ว และ พ่อเฮือน พันธุศาสตร์ ที่ได้เดินทางไปทำงาน และเรียนแกะสลักไม้ที่ร้านน้อมศิลป์ บ้าน วัวลาย ประตูเชียงใหม่ เมื่อ พ . ศ . 2500 – 2505 และได้นำมาแพร่หลายในหมู่บ้านถวาย จนกลายเป็นหมู่บ้านหัตถกรรมไม้แกะสลักที่มีฝีมือ และมีชื่อเสียง เป็นที่รู้จักของชาวไทยและชาวต่างประเทศ
หัตถศิลป์ที่ขึ้นชื่อของบ้านถวาย
• งานแกะสลักไม้ : ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของบ้านถวาย และจังหวัดเชียงใหม่
• งานเทคนิคสีเนื้อไม้ : เป็นงานที่โชว์ให้เห็นถึงความสวยงามของเนื้อไม้ตามธรรมชาติ
• งานเทคนิคสีแตกลายงา : เป็นงานที่ตั้งใจให้สีเกิดการแตกแยกตัว เพื่อให้ดูคล้ายของเก่า – โบราณ
• งานแอนติค : เป็นงานที่ทำขึ้น โดยใช้เทคนิคสีต่าง ๆ ทำเลียนแบบของเก่า – โบราณ
|

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
http :// teawchiangmai. com /chiangmaiboard/index.php?topic=133.0 |
|
การแกะสลักไม้
ศิลปะการแกะสลักไม้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชาติที่ตกทอดสืบต่อเรื่อยมาจนปัจจุบัน สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงมีพระราชประสงค์จะอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมชิ้นนี้ให้ทรงคุณค่าจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หาครูมาสอนวิชานี้แก่สมาชิกศิลปาชีพ โดยทรงเน้นให้ใช้ไม้อย่างคุ้มค่าและและเหมาะที่สุด (กรมศิลปากร, 2537 : 87)
การแกะสลักเป็นอาชีพที่มีอยู่ทั่วไปโดยเฉพาะทางภาคเหนือเพราะเป็นแหล่งที่หาวัตถุดิบได้ง่ายการแกะสลักแต่ละจังหวัดจะมีลักษณะแตกต่างกัน
ตามปกติการแกะสลักลวดลายในที่ประดับต่าง ๆ นั้น ไทยเรามีตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว เช่น การแกะสลักเพื่อประดับตามบ้านหรือวัดวาอาราม เป็นต้น
วัสดุที่ใช้ในการแกะสลัก
ไม้ คือวัสดุที่ใช้มากที่สุดไม้ที่ใช้ในการแกะสลักมีอยู่หลายชนิด แต่ละชนิดให้ลักษณะที่แตกต่างกันออกไปตามสีสันและลวดลายของไม้
ไม้สัก เป็นไม้ที่นิยมใช้ในการแกะสลักมากที่สุดเพราะมีผิวละเอียดและลายไม้สวย
ไม้ชิงชัน เป็นไม้ที่นิยมมากเช่นเดียวกัน
ไม้โมกมัน เป็นไม้ที่นิยมกันพอสมควรเพราะราคาถูกและลวดลายไม้สวยงาม
ไม้ฉำฉา เป็นไม้ที่นิยมกันพอสมควรเพราะราคาถูกที่สุด ผลิตง่ายเพราะเป็นไม้เนื้ออ่อน แม้ว่าลวดลายจะไม่สวยเท่าไม้อื่น ๆ นอกจากนี้สมหวัง คงประยูร กล่าวถึงลักษณะการแกะสลักไม้ไว้ความว่า
ประเภทของการแกะสลัก มี 3 ประเภทคือ
1. ภาพประเภทนูนต่ำ
2. ภาพประเภทนูนสูง
3. ภาพประเภทลอยตัว
การแกะสลักไม้มีอยู่สองลักษณะ อย่างหนึ่งคือแกะเป็นภาพนูนบนเนื้อไม้ เช่น หน้าบ้าน บานประตู หน้าต่างโบสถ์วิหารของวัด อีกลักษณะหนึ่งคือการแกะลอยตัวเช่น พระพุทธรูป ตัวละคร สัตว์ต่าง ๆ เป็นต้น นิยมใช้ไม้สักเป็นวัสดุในการแกะสลัก เพราะมีความอ่อนและเหนียวพอสมควร สามารถแกะสลักได้ลายคมชัดตามต้องการ มีลวดลายสวยงามในเนื้อและมีคุณสมบัติในการดูดซับสีหรือรักเป็นอย่างดี (สมหวัง คงประยูร, ม.ป.พ. : 40)
เครื่องมือที่ใช้ในการแกะประกอบด้วยสิ่วหน้าต่าง ๆ ทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ซึ่งมักจะทำขึ้นเองเพื่อให้ใช้ได้ถนัดมือช่างผู้ทำงานและเหมาะกับงานประเภทใดประเภทหนึ่ง สิ่วแต่ละขนาดใช้ในลักษณะต่าง ๆ กัน เช่น ใช้ตอกลงในเนื้อไม้เพื่อเติมเส้นลายและขุดพื้นให้ลึกลง ใช้เจียนปาดตัดลายตั้งเหลี่ยมเป็นชั้นเชิงเพื่อคัดตัวลายให้เด่นชัดขึ้น การแกะครั้งแรกเรียกว่าโกลน เป็นสิ่งสำคัญมากต้องโกลนให้ดีก่อนจึงจะแกะลายแกะรูปต่อได้สัดส่วนถูกต้องสวยงาม เมื่อเสร็จขั้นตอนการแกะแล้ว จึงจะลงรักปิดทองหรือลงสี ลงน้ำมันตามต้องการ
การแกะสลักภาพลายเส้น เป็นการเซาะร่องตามลวดลายของเส้นให้มีความหนักเบาเท่ากันตลอดทั้งแผ่น
การแกะสลักภาพนูนต่ำ เป็นการแกะสลักภาพให้นูนขึ้นสูงจากพื้นแผ่นของไม้เพียงเล็กน้อยไม่แบนราบเหมือนภาพลายเส้น
การแกะสลักภาพนูนสูง เป็นการแกะสลักภาพให้ลอยสูงขึ้นมาเกือบสมบูรณ์เต็มตัว ความละเอียดของภาพมีมากกว่าภาพนูนต่ำ
การแกะสลักภาพลอยตัว เป็นการแกะสลักไม้ให้มีลักษณะเป็น 3 มิติ มองเห็นได้รอบด้าน
การแกะสลักลาย
หลังจากออกลวดลายได้ตามต้องการแล้วลอกลายลงบนพื้นไม้ ใช้เลื่อยเลื่อยไม้ส่วนที่ไม่ต้องการออกเสียก่อน เป็นการขึ้นรูปหรือโครงลาย แต่ถ้าเป็นการแกะสลักไม้ทั้งแผ่นก็เริ่มงานที่การสกัดลวดลาย หรือกรุลายให้รู้ว่าส่วนใดเป็นพื้น ส่วนใดเป็นตัวลาย โดยใช้สิ่วขนาดใหญ่สกัดรอยเป็นการคัดตัวลาย เมื่อคัดตัวลายเสร็จเรียบร้อยทั้งแผ่นจึงมาถึงการขุดพื้น ขั้นแรกจะขุดเพียงพื้น ๆ ก่อน แล้วตรวจดูความถูกต้อง จึงลงมือขุดต่อไปให้เป็นพื้นลึกตามที่ต้องการ
พอขุดพื้นได้ที่ก็ลงมือแกะตัวลายหรือโกลนลาย ด้วยการใช้สิ่วฉาก หลังจากโกลนลายเสร็จ จึงทำการเก็บรายละเอียดของลายให้มีความอ่อนช้อย ซับซ้อน ด้วยสิ่วเล็บมือ และสิ่วขมวด จนได้งานแกะสลักที่พึงพอใจ จึงลงมือขั้นตกแต่ง ขัดกระดาษทราย ทาดินสอพอง ทาน้ำมันเคลือบเนื้อไม้ หรือทาน้ำมันชักเงาตามชนิดของงานเป็นขั้นสุดท้าย
งานแกะสลักไม้ที่ดีจะไม่มีการขัดถู กระดาษทรายบนตัวลวดลายเหล่านั้นเลยสามารถลงรักปิดทอง หรือทาน้ำมันเคลือบไม้ชักเงาได้ทันที
|
|
|
|
Refreshing...
|
|
|
|
|
|
|